บทเรียนออนไลน์ เรื่อง เล่าเรื่องเมืองนิทาน ด้วยโปรแกรมพาวเวอร์พอยต์
บทเรียนออนไลน์ เรื่อง เล่าเรื่องเมืองนิทาน ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟพาวเวอร์พอยต์
บทที่ 1 เล่าเรื่องเมืองนิทาน
>>จุดประสงค์การเรียนรู้
>>องค์ประกอบของนิทาน
>>ออกแบบนิทาน
>>นิทานอิเล็กทรอนิกส์
>>ตัวอย่างนิทานอิเล็กทรอนิกส์
>>แบบทดสอบระหว่างเรียน
บทที่ 2 แนะนำโปรแกรม
Microsoft PowerPoint
>>จุดประสงค์การเรียนรู้
>>รู้จักโปรแกรม
>>ส่วนประกอบของโปรแกรม
>>เครื่องมือของโปรแกรม
>>แบบทดสอบระหว่างเรียน
บทที่ 3 สร้างตัวละครในนิทาน
>>จุดประสงค์การเรียนรู้
>>เครื่องมือสร้างตัวละคร
>>สร้างตกแต่งตัวละคร
>>บันทึกตัวละคร
>>เพิ่มลูกเล่นให้ตัวละคร
>>แบบทดสอบระหว่างเรียน
บทที่ 4 สร้างฉากนิทาน
>>จุดประสงค์การเรียนรู้
>>เครื่องมือสร้างฉากนิทาน
>>สร้างตกแต่งฉากนิทาน
>>บันทึกฉากนิทาน
>>เพิ่มลูกเล่นในการเปลี่ยนฉาก
>>แบบทดสอบระหว่างเรียน
บทที่ 5 การบันทึกเสียง
>>จุดประสงค์การเรียนรู้
>>การบันทึกเสียง
>>การใช้โปรแกรมช่วยอัดเสียง
>>การแทรกเสียงในนิทาน
>>แบบทดสอบระหว่างเรียน
บทที่ 6 การสร้างนิทาน
>>จุดประสงค์การเรียนรู้
>>รวมองค์ประกอบของนิทาน
>>เพิ่มข้อความและเสียงในนิทาน
>>เพิ่มการเคลื่อนไหวในนิทาน
>>การบันทึกไฟล์เป็นวีดีโอ
>>แบบทดสอบระหว่างเรียน

 

 

 

การบันทึกเสียง ของโปรแกรมไมโครซอฟพาวเวอร์พอยต์ (power point)

            การบันทึกเสียง ในการสร้างนิทานด้วยโปรแกรมไมโครซอฟพาวพอยต์ จะต้องมีการแทรกเสียงลงในนิทาน ไม่ว่าจะเป็นเสียงบรรยายหรือเสียงของตัวละครในนิทาน เพื่อเป็นการสร้างในนิทานสมบูรณ์แบบในการเป็นสื่อมัลติมีเดีย ง่ายต่อการรับรู้
            ชนิดของไฟล์เสียงในระบบคอมพิวเตอร์
            ในงานคอมพิวเตอร์นั้น มีไฟล์เสียงหลายประเภทด้วยกัน แต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติต่างกันออกไป ทำให้เราควรรู้จักกับไฟล์เสียงประเภทต่างๆ จะได้เลือกใช้งานให้เหมาะสมกับงานของเราได้ ไฟล์เสียงบางชนิดอาจใช้งานได้กับบางโปรแกรมเท่านั้น หรือบางชนิดอาจใช้งานได้กับหลายๆโปรแกรม ผมจะขออธิบายไฟล์เสียงที่มักจะได้พบเห็นกันบ่อยๆดังนี้ครับ
            1) MIDI (.mid) ย่อมาจาก Musical Instrument Digital Interface เป็นไฟล์ที่ไม่สามารถบันทึกเสียงร้องได้ เพราะเป็นไฟล์ที่เก็บคำสั่งที่ส่งไปให้อุปกรณ์ดนตรีแสดงเสียงออกมาตามข้อมูลที่อยู่ข้างในได้ ทำให้อุปกรณ์ดนตรีที่ต่างกัน เมื่อได้ทำงานกับไฟล์ midi อันเดียวกัน อาจทำเสียงออกมาไม่เหมือนกันก็ได้ แต่ไฟล์แบบนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะมีขนาดเล็ก และแก้ไขได้ง่าย สามารถประยุกต์ให้ midi เหล่านี้ออกมาเป็นเสียงดนตรีจริงๆได้ ดังนั้นคุณภาพเสียงที่อ่านได้จาก midi จะดีแค่ไหน จึงขึ้นอยู่กับ sound card (support midi) หรือ อุปกรณ์+software ประเภท synthesizer
            2) WAVE (.wav) เป็นไฟล์เสียงที่ได้มาจากการบันทึกเสียง แล้วเก็บไว้ในระบบดิจิตอล ทำให้เราสามารถนำไฟล์เหล่านี้ไปประยุกต์ใช้งานต่างๆต่อได้อีก ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งเสียง ผสมเสียง หรือ convert ไปเป็นไฟล์เสียงประเภทอื่นๆได้ (เมื่อทำงานร่วมกับ software) ไฟล์ประเภทนี้มีขนาดใหญ่ เพราะสามารถเก็บความละเอียดไว้ได้มากเท่าที่เราต้องการโดยไม่มีการบีบอัดข้อมูล (นอกจากว่าจะมาปรับแต่งทีหลัง) เป็นไฟล์เสียงประเภทหนึ่งที่มักจะพบในวงการดนตรีมาก (อย่างน้อยที่สุดก็เป็นเสียงของนักร้อง)

            3) CD Audio (.cda) เป็นไฟล์เสียงที่บันทึกลงบนแผ่นซีดี ใช้เล่นกับเครื่องเสียงทั่วไป ไฟล์ประเภทนี้มีความคมชัดของสัญญาณมาก เพราะไม่มีการบีบอัดข้อมูล เพียงเข้ารหัสในระบบ Linear PCM เป็นไฟล์ .cda ที่มักจะตั้งค่าการเก็บข้อมูลเสียงโดยการสุ่มและแปลงสัญญาณไว้ที่ 44,100 ครั้งต่อวินาที ปกติคอมพิวเตอร์จะไม่สามารถอ่านไฟล์นี้ได้โดยตรง ต้องเล่นผ่านอุปกรณ์อื่นๆ เช่น เครื่องเสียง, ซีดีรอม หรือ software บางชนิด
            4) MP3 (.mp3) เป็นที่นิยมมากในหมู่นักฟังเพลงทั่วไปในปัจจุบัน เพราะเป็นไฟล์เสียงที่ถูกบีบข้อมูลให้เล็กลงจากสัญญาณเสียงจริงได้ถึง 10 เท่า โดยเราสามารถเลือกความละเอียดของการเข้ารหัสได้ ทำให้คุณภาพเสียงของไฟล์ประเภทนี้ที่บีบอัดข้อมูลไม่มากนัก มีคุณภาพดีใช้ได้เลยทีเดียว (bitrate 128 Kbps) และเนื่องจากความเล็กของไฟล์ประเภทนี้ทำให้เป็นที่นิยมในการส่งไฟล์นี้ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตกันด้วย
            5) WMA (.wma) เป็นไฟล์เสียงที่ บ.ไมโครซอฟท์ คิดขึ้นมาให้ทำงานร่วมกับโปรแกรม Windows Media Player ของระบบวินโดว์ สามารถฟังเสียงผ่านระบบ streaming ได้ คือ ดาวน์โหลดข้อมูลไปด้วย พร้อมกับถอดรหัสเสียงให้ฟังไปพร้อมๆกันเลย โดยไม่ต้องรอให้ดาวน์โหลดครบ 100% ส่วนคุณภาพเสียงนั้นมีความละเอียดสูงไม่แพ้ mp3 128 Kbps เลย แต่จะมีขนาดเล็กกว่า mp3 ที่ความละเอียดเสียงพอๆกัน เพราะเข้ารหัสแบบ bitrate 64 Kbps (ครึ่งเดียว) ปัจจุบันเครื่องเสียงบ้านและรถยนต์ได้หันมารองรับไฟล์ระบบนี้มากขึ้นแล้ว
            6) Real Audio (.ra) เป็นไฟล์เสียงที่ทำงานคู่กับโปรแกรม Real Player เน้นการทำงานแบบ Streaming สามารถฟังเสียงและดูภาพขณะกำลังดาวน์โหลดข้อมูลได้พร้อมๆกันเลย มีหลายความละเอียดให้เลือกหลายระดับ เป็นที่นิยมในหมู่นักดูหนังฟังเพลงในอินเตอร์เน็ตมาก
            7) Audio Streaming Format (.asf) เป็นไฟล์เสียงหนึ่งที่มีรูปแบบ Streaming ที่เน้นส่งข้อมูลเสียงแบบ real time ใช้กันมากในการฟังวิทยุออนไลน์บนอินเตอร์เน็ต
            8) Audio Interchange File Format (.aif , .aiff) เป็นไฟล์ลักษณะคล้ายไฟล์ Wave แต่ใช้สำหรับเครื่อง Macintosh
            9) ACC (.acc) เป็นไฟล์เสียงที่มีคุณภาพสูงมาก สุ่มความถี่ได้ถึง 96 kHz รองรับอัตราการเล่นไฟล์สูงถึง 576 Kbps สามารถแยกเสียงได้ถึงระบบ 5.1ช่อง เทียบเท่า Dolby Digital หรือ AC-3
ที่มา https://sites.google.com/site/soundmedia001/hh


            ทั้งนี้ โปรแกรมไมโครซอฟพาวเวอร์พอยต์ สามารถแทรกไฟล์เสียงที่เราคุ้นเคยได้ คือ .mp3 .mp4 Audio .wav .wma  ถ้านอกเหนือจากนี้จะต้องมีการแปลงไฟล์ผ่านโปรแกรมช่วยแปลงไฟล์เสียงให้อยู่ในรูปแบบที่แทรกเสียงในโปรแกรมไมโครซอฟพาวเวอร์พอยต์ได้

การบันทึกเสียงในโปรแกรมไมโครซอฟพาวเวอร์พอยต์
            การแทรกเสียงจากเมนูแทรก เสียง บันทึกเสียง... มีวิธีการดังนี้  (ควรต่อไมโครโฟนให้เรียบร้อย)
1. ไปที่แทบเมนูแทรก
2. ไปคลิกที่เสียง แล้วคลิกที่เสียงจาก บันทึกเสียง...
3. จะปรากฏหน้าต่างบันทึกเสียง
4. กดปุ่ม สีแดง เพื่อทำการบันทึกเสียงจากนั้นกดปุ่ม ตกลง  

 

 

 

บทเรียนออนไลน์ เรื่อง เล่าเรื่องเมืองนิทาน ด้วยโปรแกรมพาวเวอร์พอยต์