บทเรียนออนไลน์ เรื่อง เล่าเรื่องเมืองนิทาน ด้วยโปรแกรมพาวเวอร์พอยต์
บทเรียนออนไลน์ เรื่อง เล่าเรื่องเมืองนิทาน ด้วยโปรแกรมไมโครซอฟพาวเวอร์พอยต์
บทที่ 1 เล่าเรื่องเมืองนิทาน
>>จุดประสงค์การเรียนรู้
>>องค์ประกอบของนิทาน
>>ออกแบบนิทาน
>>นิทานอิเล็กทรอนิกส์
>>ตัวอย่างนิทานอิเล็กทรอนิกส์
>>แบบทดสอบระหว่างเรียน
บทที่ 2 แนะนำโปรแกรม
Microsoft PowerPoint
>>จุดประสงค์การเรียนรู้
>>รู้จักโปรแกรม
>>ส่วนประกอบของโปรแกรม
>>เครื่องมือของโปรแกรม
>>แบบทดสอบระหว่างเรียน
บทที่ 3 สร้างตัวละครในนิทาน
>>จุดประสงค์การเรียนรู้
>>เครื่องมือสร้างตัวละคร
>>สร้างตกแต่งตัวละคร
>>บันทึกตัวละคร
>>เพิ่มลูกเล่นให้ตัวละคร
>>แบบทดสอบระหว่างเรียน
บทที่ 4 สร้างฉากนิทาน
>>จุดประสงค์การเรียนรู้
>>เครื่องมือสร้างฉากนิทาน
>>สร้างตกแต่งฉากนิทาน
>>บันทึกฉากนิทาน
>>เพิ่มลูกเล่นในการเปลี่ยนฉาก
>>แบบทดสอบระหว่างเรียน
บทที่ 5 การบันทึกเสียง
>>จุดประสงค์การเรียนรู้
>>การบันทึกเสียง
>>การใช้โปรแกรมช่วยอัดเสียง
>>การแทรกเสียงในนิทาน
>>แบบทดสอบระหว่างเรียน
บทที่ 6 การสร้างนิทาน
>>จุดประสงค์การเรียนรู้
>>รวมองค์ประกอบของนิทาน
>>เพิ่มข้อความและเสียงในนิทาน
>>เพิ่มการเคลื่อนไหวในนิทาน
>>การบันทึกไฟล์เป็นวีดีโอ
>>แบบทดสอบระหว่างเรียน

 

 

 

ความหมายของนิทานและนิทานพื้นบ้าน
    คำว่า นิทาน เป็นคำที่มีความหมายกว้าง หมายถึง เรื่องที่เล่าสืบต่อๆ
กันมานานแล้ว หรือหมายถึง เรื่องที่แต่งขึ้นใหม่ก็ได้   ส่วน นิทานพื้นบ้าน
หมายถึง เรื่องเล่าที่เล่าสืบต่อๆ กันมาในท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนึ่ง แต่อาจ
แพร่หลายไปในท้องถิ่นอื่นๆ ในภายหลังได้ ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม
ของสังคมอย่างหนึ่ง
    “นิทาน” ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2542 (2546,
หน้า 588) อธิบายความหมายไว้ว่า “นิทาน คือ เรื่องที่เล่ากันมา เช่น
นิทานชาดก และนิทานอีสป เป็นต้น”

องค์ประกอบของการเล่านิทาน 
   องค์ประกอบของการเล่านิทาน มีองค์ประกอบหลัก 3 องค์ประกอบ 


ผู้เล่านิทาน 
            คือ ผู้ส่งสารซึ่งจะมีทักษะ ความสามารถ ลีลาในการเล่าเรื่องเฉพาะตัว
ผู้เล่านิทานที่มีความสามารถจะทำให้เนื้อเรื่องที่สนุกสนานอยู่แล้วสนุกสนานตื่นเต้น
ชวนติดตามมากขึ้น ผู้เล่านิทานแต่ละคนอาจจะจดจำเนื้อหาเรื่องราวได้ไม่เหมือนกัน
สนใจรายละเอียดต่างกัน บางคนชอบเล่าแบบรวบรัดก็จะจำแต่เฉพาะเนื้อหาหลักๆ
ข้ามเนื้อความบางตอนไปเสีย บางคนสนใจรายละเอียดก็จะพรรณนาความมาก
นิทานเรื่องเดียวกันจึงมี เนื้อหาแตกต่างกันไป 


เนื้อเรื่องของนิทาน 
      เนื้อเรื่องนิทานจัดเป็นเนื้อหาสาระที่ผู้เล่านิทานส่งไปให้ ผู้รับสาร คือผู้ฟัง
นิทานมีหลายประเภทดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น มีเนื้อหาและความยาว ต่างกัน
นิทานเรื่องเดียวกันอาจมีเนื้อเรื่องแตกต่างกันไปเรียกว่า มีหลายสำนวน (Version)
คำว่า “สำนวน” ประคอง นิมมานเหมินทร์ (2543, หน้า 38) อธิบายว่า 
       “สำนวนเป็นคำศัพท์ที่ใช้กับนิทานพื้นบ้านเรื่องเดียวกัน แต่เก็บจาก ที่ต่างๆกัน
หรือเก็บจากผู้เล่าคนเดียวกันแต่ต่างเวลากัน นิทานที่เก็บได้ จากผู้เล่าคนหนึ่งหรือ
ครั้งหนึ่งๆ ก็เป็นนิทานสำนวนหนึ่ง”


ผู้ฟังนิทาน 
            คือ ผู้รับสาร ซึ่งจะต่างจากผู้รับสารอื่นๆอยู่บ้างตรงที่ผู้ฟังนิทานส่วนใหญ่
จะมีความสนใจในเนื้อเรื่อง และพยายามจะมีส่วนร่วม เช่น มีการซักถาม คัดค้านหรือ
สนับสนุนเนื้อหาในนิทาน เป็นปฏิกิริยาโต้ตอบกับผู้เล่าจะทำให้บรรยากาศในการเล่า
นิทานสนุกสนานยิ่งขึ้น ในทางคติชนวิทยาแบ่งผู้ฟังนิทานออกเป็น 2 ประเภท
(ศิราพร ฐิตะฐาน, 2523, หน้า 22-23) คือ

  • Passive bearers tradition หมายถึง ผู้คนทั่วไปที่ชอบฟังนิทาน จำเรื่อง
    ได้แต่ถ่ายทอดไม่ได้ 
  • Active bearers tradition หมายถึง บุคคลที่มีวิญญาณของนักเล่านิทาน
    เมื่อฟังนิทานจากผู้เล่าคนหนึ่งๆ แล้วก็สามารถจดจำเนื้อเรื่องและสามารถ
    ถ่ายทอดได้อย่างมีชีวิตชีวา มีลีลาดึงดูดผู้ฟังได้อย่างน่าสนใจ ผู้ฟังประเภท
    นี้นับเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการ ถ่ายทอดและ การแพร่กระจายของนิท
              
 

ที่มา::
โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  
 “ความหมายของนิทานและนิทานพื้นบ้าน”, สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน,
สืบค้นเมื่อ 31 เมษายน 2558.http://kanchanapisek.or.th/kp6
/sub/sermbook/sermbook.php?book=4&chap=3&page
=chapter3_1.html


ห้องสมุดบ้านจอมยุทธ   “องค์ประกอบของการเล่านิทาน ”, ขนบธรรมเนียม ประเพณี
วัฒนธรรมอารยธรรม
, สืบค้นเมื่อ 31 เมษายน 2558
.http://www.baanjomyut.com/library_2
/folk_tales/05.htm
l

 

บทเรียนออนไลน์ เรื่อง เล่าเรื่องเมืองนิทาน ด้วยโปรแกรมพาวเวอร์พอยต์